|
|
|
|
ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสวนยาง พ.ศ. 2504
ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารกิจการขององค์การสวนยางคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง
ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง ผู้แทนกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
และกรรมการอื่น ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกิน 11 คน
ในกรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการคณะกรรมการฯ มีอำนาจและหน้าที่วางนโยบาย และควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการขององค์การฯ เช่น วางข้อบังคับต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารงาน การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน การเลื่อนขั้นเงินเดือน การลดขั้นเงินเดือน และระเบียบวินัยของพนักงานและคนงาน กำหนด อัตราตำแหน่ง
อัตราเงินเดือน ค่าจ้างและเงินอื่น ๆ ของพนักงาน และคนงาน
กำหนดเงินเดือนผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
กำหนดอัตราดอกเบี้ย ค่าภาระ ค่าบริการ และค่าดำเนินธุรกิจต่าง ๆ
เหล่านี้เป็นต้นงานเกี่ยวกับการจัดการ ดำเนินกิจการขององค์การฯ บังคับบัญชา
บรรจุ แต่งตั้ง เจ้าหน้าที่ขององค์การฯ
และงานเกี่ยวกับการวางระเบียบปฏิบัติการขององค์การฯ โดยไม่ขัดต่อนโยบาย
และข้อบังคับของ อ.ส.ย. ตลอดจนทำนิติกรรมต่าง ๆ แทนองค์การฯ
เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการในกรณีที่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการ
หรือเมื่อผู้อำนวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง
ให้รองผู้อำนวยการปฏิบัติหน้าที่แทน
ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการมีอำนาจอย่างเดียวกับผู้อำนวยการ
เว้นแต่อำนาจและหน้าที่ของผู้อำนวยการในฐานะกรรมการองค์การฯ
และต้องปฏิบัติกิจการให้อยู่ภายในแผนงานที่ผู้อำนวยการกำหนดไว้
ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการเป็นตัวแทนขององค์การฯ
และเพื่อการนี้ผู้อำนวยการอาจมอบให้บุคคลใด ๆ
ปฏิบัติการบางอย่างแทนในเมื่อคณะกรรมการกำหนดอำนาจไว้ในข้อบังคับว่าให้ปฏิบัติแทนกันได้นั้นก็ได้ |
|
|
1.
ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดิน และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมทั้งการซื้อ ขาย เช่า
ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม จัดหา จำหน่าย แลกเปลี่ยน
โอนและรับโอนด้วยประการใด ๆ ซึ่งที่ดินและทรัพย์สินอื่น ๆ
และอาจได้มาซึ่งสิทธิและทรัพย์สินเกี่ยวกับที่ดิน และทรัพย์สินอื่น ๆ นั้นด้วย2. ตั้งและรับเป็นสาขา ตัวแทน ตัวแทนค้าต่าง ๆ หรือนายหน้าในกิจการต่าง ๆ ของเอกชนหรือบุคคลใดๆ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แก่กิจการของ อ.ส.ย. 3. กู้ ยืมเงิน แต่ถ้าเป็นจำนวนเงินเกินกว่าคราวละสามล้านบาท ต้องได้รับอนุญาตจากคณะรัฐมนตรีก่อนการให้กู้ให้ยืมเงินหรือจ่ายเงินล่วงหน้า กระทำได้เฉพาะเมื่อมีธนาคารเป็นผู้ค้ำประกัน หรือมีหลักทรัพย์เป็นประกัน มีราคาไม่น้อยกว่าเงินให้กู้ ให้ยืม หรือจ่ายเงินล่วงหน้า 4. ร่วมการงานหรือสมทบกับบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์แก่กิจการของ อ.ส.ย. รวมทั้งการเข้าเป็นหุ้นส่วน หรือถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลใด ๆ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากคณะรัฐมนตรีก่อน 5. จำหน่ายพลังงานที่ผลิตได้ เพื่อประโยชน์แก่กิจการใด ๆ เมื่อเหลือจำหน่ายสำหรับการใช้ |
|
|